LOGISTICS RADIO.COM

Main Sponsor

บ. เฟรทลิงค์เอ็กเพรส

ศูนย์บริการส่งออก

แบบเบ็ดเสร็จ

สำนักโลจิสติกส์การค้า

S GROUP BEST TEAM

 

โลจิสติกส์ ไทย – จีน “ โตจัด เบรค ไม่อยู่”

โลจิสติกส์ ไทย – จีน “ โตจัด เบรค ไม่อยู่” ผลสำเร็จต่อเนื่องจากการเดินทางของคณะ โลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก และ ภาคเอกชนไทย เยือนจีนและร่วมงาน “THE EIGHT INTERNATION CHINA LOGISTICS WEEK” จัดขึ้นที่ “คุนหมิง” ประเทศจีนเมื่อระหว่างวันที่ 5 - 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมาสามารถประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย โดยการเปิดเผยจาก นาย สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ผู้ร่วมคณะเดินทางว่า “เป็นครั้งแรกที่ไทยได้ลงนาม เอ็ม โอ ยู เพื่อความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระดับชาติกับจีนที่คุนหมิงโดยมีนาย สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์เซลเล้นท์ บิสเนส คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์แนชเชอแนล “EBCI” เป็นผู้ประกอบการฝ่ายเอกชนไทย ที่เข้าเซ็นต เอ็ม โอ ยู กับ นาย Zhang zhen Hui กรรมการผู้จัดการบริษัท Kunming southwest wide trade และในฐานะที่ปรึกษาโครงการ Kunming International Land Port (KILP) ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการขนาดใหญ่ของจีน ที่ต้องการให้คุนหมิงเป็น HUB ในการเชื่อมต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ทางตอนใต้ของจีน ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 5 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 105 แสนล้านบาทไทยบนพื้นที่ยาวกว่า 15 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนเส้นทางขนส่งในกลุ่มประเทศ GMS โดยมี 5 ประเทศที่มีชายแดนติดต่อกันอันประกอบด้วย ไทย จีน ลาว พม่า และเวียดนาม เพื่อรองรับความเติบโตจากการเป็นประตูสู่อาเซียนตามนโยบาย “คุน มั่น ก่ง ลู่” โดยสามารถผ่านเส้น R3A นอกจากความสำเร็จในการดูงานแล้ว ยังได้มีโอกาสรับข้อเสนอพิเศษโดยเฉพาะไทย ให้สามารถนำสินค้าเข้าเก็บที่ “KILP” ซึ่งพร้อมเป็นศูนย์กระจายสินค้าต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะสินค้าห้องเย็น ที่ “KILP” มีความทันสมัยและพร้อมมูลด้วย “cargoes handling facility” รองรับสินค้าแช่แข็งจากไทย เช่น ปลา กุ้ง ผลไม้ ฯลฯ โดยไทยจะได้รับเงินทันที 60 % ของมูลค่าสินค้าที่เข้าคลังสินค้าของ “KILP” เปรียบเหมือนกับการได้ Packing Credit จากธนาคาร ซึ่งขณะนี้พื้นที่ใน KILP ได้เริ่มมีการจับจองจากหลายประเทศกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะส่วนที่จัดแบ่งไว้สำหรับประเทศไทย กินเนื้อที่กว่า 50,000 ตารางเมตรซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 % พร้อมให้พ่อค้าไทยใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ดร. เนตรปรียา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “นอกจากโลจิสติกส์ไทยจะสามารถลดต้นทุนในการขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ “GMS” ผ่าน “KILP” แล้วยังร่นระยะเวลาในการเดินทางจากเดิมที่เคยต้องเดินทางด้วยระบบการขนส่งทางเรือผ่านไปยัง ฮ่องกง – เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะถึงคุณหมิงซึ่งกินระยะเวลา 10 – 12 วันเดินทาง แต่ด้วยเส้นทางนี้จะสามารถเร็วขึ้นโดยใช้เพียง 3 – 4 วันเท่านั้น ด้วยเส้นทาง R3A โดยตรงและเชื่อมต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ผ่านเส้นทาง เชียงรุ้ง – เฉิงตู – ฉงชิ่ง – กวางสี และ หนานหนิงได้ สำหรับผู้ที่สนใจจะขอใช้บริการที่ศูนย์กระจายสินค้า “KILP” สามารถติดต่อผ่านได้ที่ สำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก” ดร. เนตรปรียา ชุมไชโย “กล่าว”

+++++

ทาฟ่า จัดทัพใหม่ เสริมเขี้ยวเล็บโลจิสติกส์ – ขนส่งทางอากาศไทย

วานนี้ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป (เรดิสันเก่า) มีงานประชุมสามัญประจำปี ของสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย โดยมี คุณโกวิท ธัญญรัตตกุล นายกสมาคมทาฟ่า เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยสมาชิกของสมาคม ร่วมร้อยกว่าคน สรุปผลงานในรอบปีที่ผ่านมา 2554 และคัดเลือกกรรมการชุดใหม่ โดยในปีนี้มีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วยผู้บริหารจากบริษัทตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศประจำปี 2555-2556 ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 บริษัท คุณโกวิท ธัญญรัตตกุล เปิดเผยว่า สมาคมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนครพนม วิทยาลัยการบินนานาชาติ ศูนย์การศึกษากรุงเทพฯ ในการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา การสนับสนุนอาจารย์ผู้สอน การจัดหลักสูตร การฝึกปฏิบัติงาน การเรียนการสอน ฯลฯ กับสถานประกอบการหน่วยงาน บริษัทฯ สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน ในหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบิน และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการบิน เพื่อเป็นการสร้างบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถในสาขาบริหารการบินและขนส่งสินค้าทางอากาศ ให้แก่วงการธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ และเพื่อเป็นการรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 โดยหลักสูตรจะทำการเรียนการสอนในภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยทางมหาวิทยาลัยนครพนมและสมาคมทาฟ่า จะทำพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันในเร็วๆนี้

++++++

ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ในไทย

กรมส่งเสริมการส่งออก” จัดสัมมนาผลกระทบโครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ในไทย ชี้ให้คนไทยเตรียมรับมือ AEC พร้อมเน้นย้ำศักยภาพไทยในการเป็น ASEAN Logistics HUB กระแสการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ได้สร้างความตื่นตัวแก่ภาคอุตสาหกรรมไทยเป็นอย่างมาก โดยในปี 2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะก้าวเข้าสู่การเป็น AEC เต็มรูปแบบ ซึ่งจะครอบคลุม 10 ประเทศ มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ซึ่งมูลค่าการส่งออกในกลุ่มอาเซียนรวมกันคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าในปี 2558 จะเพิ่มเป็น 2.0 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การรวมตัวของ AEC หลายประเทศมองประเทศไทยว่าเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า เพราะภูมิศาสตร์ของประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน

ซึ่งจะเชื่อมโยงตลาดอาเซียนและตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ ยุโรปตะวันออก ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เข้าด้วยกัน โดยประเทศที่สนใจที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าอันดับต้นๆ ได้แก่

ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี ซึ่งประเทศเหล่านี้ถือเป็นประเทศคู่ค้าของไทยอยู่แล้ว และยังเตรียมที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าของตนไปยังประเทศที่สาม ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่ประเทศเหล่านี้จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กระจายสินค้าเพราะนอกจากจะเป็นการแสดงถึงศักยภาพ

ในด้านโลจิสติกส์ของไทย ยังเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย “รูปแบบการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย จะเป็นในรูปของการตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ โดยมีลักษณะคล้ายกับ

อี้ อู โมเดลของประเทศจีน ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ เช่น ดูไบ รัสเซีย สเปน และลาว โดยในอนาคตประเทศไทยเองอาจจะมีการไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยในต่างประเทศก็เป็นได้” นางนันทวัลย์ กล่าว

ด้าน ดร.เนตรปรียา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า จากการที่หลายประเทศเตรียมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้านั้น ถึงเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่มีหลายฝ่ายมองว่าการที่ต่างชาติเข้ามาตั้งศูนย์กลางกระจายสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศไทยนั้น จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยตั้งแต่ SMEs จนถึงรายใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงปัญหาด้านแรงงานต่างชาติที่อาจเข้ามาสร้างปัญหาต่อสวัสดิภาพของประชาชนไทย “ขณะนี้ทางสำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออกได้ร่วมมือกับทางศูนย์วิจัยโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอกาค้าไทย จัดสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบโครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศ ไทย กรณีศึกษาศูนย์กระจายสินค้าไทย-จีนหรือ China City Complex” ในวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ฟรี!!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดเพียง 400 ท่านเท่านั้น โดยทางกรมฯ ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ , ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย , นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย และเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น” ดร. เนตรปรียา กล่าวเพิ่มเติม ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมฟังบรรยายสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณปริญญศรี มธุรอัมพิลานันต์ สำนักโลจิสติกส์การค้า กรมส่งเสริมการส่งออก เบอร์ 02 507 8422 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2555 ด่วน!!!! รับจำนวนจำกัดเพียง 400 ท่านเท่านั้น ฟรี!!!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด .

“TAPA 2012” สุดยอดงานแสดงสินค้ายานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งแห่งอาเซียน

นายภูมิ สาระผล (กลาง) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค (ที่ 2 จากซ้าย) อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก และ นางอัชณา ลิมป์ไพฑูรย์ (ซ้าย) นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เปิด “งานแสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2555” หรือ “TAPA 2012” สุดยอดงานแสดงสินค้ายานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งแห่งอาเซียน จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 26-29 เมษายนนี้ เวลา 10.00-18.00 น. ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” โดยมีผู้ประกอบการชั้นนำของไทยและต่างประเทศ อาทิ อาเซียน เอเชียใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย แอฟริกา และสหภาพยุโรป มาร่วมแสดงสินค้าและศักยภาพกว่า 400 บริษัท 700 คูหา

Backgrounds

By nature, the background color on any div will only show for the length of the content. This means if you're using a background color or border to create the look of a side column, it won't extend all the way to the footer but will stop when the content ends. If the .content div will always contain more content, you can place a border on the .content div to divide it from the column.